MP3 Players around The world

Toys and Games

Google Search Box

Google
Web www.cnn.com
Get This Search Box

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

The Mummy : Tomb of the Dragon Emperor ( The Mummy 3 : ตอนคำสาปมังกร )





กำหนดฉาย : 31 กรกฎาคม 2551

นำแสดง

เบรนแดน เฟรเซอร์ (Brendan Fraser) : รับบท ริค โอคอนเนลล์
เจ็ท ลี (Jet Li) : รับบท จักรพรรดิ
มาเรีย เบลโล่ (Maria Bello) : รับบท เอเวลีน โอคอนเนลล์
จอห์น ฮันนาห์ (John Hannah) : รับบท โจนาธาน คาร์นาแฮน
รัสเซลล์ หว่อง (Russell Wong) : รับบท หมิงกั๊ว
เลียม คันนิ่งแฮม (Liam Cunningham) : รับบท แม็คไกวร์
ลุค ฟอร์ด (Luke Ford) : รับบท อเล็กซ์ โอคอนเนลล์
อิซาเบลล่า เหลียง (Isabella Leong) : รับบท หลิน
มิเชลล์ โหย่ว (Michelle Yeoh) : รับบท ซิหยวน

ผู้สร้าง

ร็อบ โคเฮน (Rob Cohen) – ผู้กำกับ
อัลเฟร็ด กัฟ และไมลส์ มิลลาร์ (Alfred Gough & Miles Millar) – ผู้เขียนบท
ฌอน แดเนียล (Sean Daniel) – ผู้อำนวยการสร้าง
เจมส์ แจ็คส์ (James Jacks) – ผู้อำนวยการสร้าง
สตีเฟ่น ซอมเมอร์ส (Stephen Sommers) – ผู้อำนวยการสร้าง


เรื่องย่อ

เจ็ท ลี รับบทเป็นจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมในยุค 50 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งต้องคำสาปของแม่มดซึ่งรับบทโดย มิเชล โหยว ทำให้ทั้งเขาและไพร่พลกลายเป็นกองทัพหุ่นกระเบื้องเคลือบไปตลอดกาล หากไม่ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเสียก่อนจังหวะนี้เองที่โอคอนเนลเข้ามามีบทบาทสำคัญ เรื่องราวนี้เกิดในปี 1946 เมื่อทั้ง ริค (เบรนดอน เฟรเซอร์) กับ เอฟเวอริน (มาเรีย เบลโล่) เกษียณจากอ๊อกซฟอร์ด เชียร์ ประเทศอังกฤษ หลังจากเป็นสายลับให้กับอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาได้ข้อเสนอให้ "ทำงานชิ้นสุดท้าย" ของกระทรวงการต่างประเทศ




นั่นคือการส่งศิลปวัตถุที่ถูกขโมยมากลับคืนพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สถานการณ์ในเอเชียขณะนั้น ประเทศจีนกำลังลุกเป็นไฟ แต่โจนาธาน (จอห์น ฮานน่าห์) ไปเปิดบาร์ตกแต่งสไตล์อียิปต์ในเซี่ยงไฮ้ อเล็กซ์ โอคอนเนล (ลู้ค ฟอร์ด) ที่ตอนนี้โตขึ้นเป็นหนุ่ม และสืบทอดเชื้อสายการเป็นนักโบราณคดีโดยที่พ่อ-แม่ไม่ล่วงรู้ เขากำลังขุดค้นโบราณสถานแถบภาคกลางค่อนไปทางเหนือของจีน และไปเจอผลงานชิ้นโบแดงนั่นคือหลุมฝังพระศพของจักรพรรดิมังกรที่ถูกฝังมานานหลายพันปี แต่มือสังหาร สวยพิฆาต (อิสซาเบลล่า เหลียง) พยายามจะฆ่าเขาเพื่อที่ตั้งของหลุมยังคงเป็นความลับต่อไป แต่อเล็กซ์ก็เอาตัวรอดมาได้ อนุสาวรีย์ของจักรพรรดิถูกเคลื่อนย้ายไปเซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่งแอนโทนี่ หว่อง ผู้ให้การสนับสนุนกองทัพตั้งใจจะปลุกให้จักรพรรดิฟื้นคืนชีพ และช่วยเขายึดอำนาจการปกครองประเทศจีน ด้วยกองกำลังไพร่พลกระเบื้องเคลือบอีกนับหมื่น

เมื่อสมาชิกครอบครัวมากันครบการผจญภัยครั้งใหม่ที่สนุกสนานสะใจกว่าเดิมก็เริมขึ้น ทั้งการลงสู่พื้นดินแบบโหม่งโลก, การปีนขึ้นเขาหิมาลัย, หิมะถล่มในเยติ, แชงการี-ล่า, มังกรสามหัว, บ่อน้ำอมตะ, มหากาพย์สงครามครั้งแล้วครั้งเล่า, และ เจ็ท ลีที่แปลงกายได้...

Movie Info

Starring:Brendan Fraser, Jet Li, Maria Bello, Luke Ford, Michelle Yeoh
Theatrical Release Date:08/01/2008
Rating:PG-13
MPAA Reasons:for adventure action and violence
Run Time:114 min.
Distributor(s):Universal
Director(s):Rob Cohen
Genre(s):Action, Fantasy
Tone:Eerie, Tense, Humorous, Menacing, Stylized, Atmospheric
Keywords:tomb, China, mummy, emperor, adventurer, archaeology, suspended-animation
Country of Origin:USA
Language:English
Status:Coming Soon


Synopsis

The blockbuster global Mummy franchise takes a spellbinding turn as the action shifts to Asia for the next chapter in the adventure series, 'The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor.' Brendan Fraser returns as explorer Rick O'Connell to combat the resurrected Han Emperor (Jet Li) in an epic that races from the catacombs of ancient China high into the frigid Himalayas. Rick is joined in this all-new adventure by son Alex (newcomer Luke Ford), wife Evelyn (Maria Bello) and her brother, Jonathan (John Hannah). And this time, the O'Connells must stop a mummy awoken from a 2,000-year-old curse who threatens to plunge the world into his merciless, unending service.

Doomed by a double-crossing sorceress (Michelle Yeoh) to spend eternity in suspended animation, China's ruthless Dragon Emperor and his 10,000 warriors have laid forgotten for eons, entombed in clay as a vast, silent terra cotta army. But when dashing adventurer Alex O'Connell is tricked into awakening the ruler from eternal slumber, the reckless young archaeologist must seek the help of the only people who know more than he does about taking down the undead: his parents.


As the monarch roars back to life, our heroes find his quest for world domination has only intensified over the millennia. Striding the Far East with unimaginable supernatural powers, the Emperor Mummy will rouse his legion as an unstoppable, otherworldly force...unless the O'Connells can stop him first. Now, in 'The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor,' the trademark thrills and visually spectacular action of the Mummy series will be redefined for a new generation.

'The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor' is helmed by director Rob Cohen ('The Fast and the Furious,' 'xXx') and written by Alfred Gough & Miles Millar ('Spider-Man 2,' television's Smallville). Reprising their roles as producers in the series are Bob Ducsay, Sean Daniel, Stephen Sommers and James Jacks. -







วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Batman The Dark Knight / อัศวินรัตติกาล




วันที่เข้าฉาย : 17 กรกฎาคม 2551
แนวหนัง : แอคชั่น ดราม่า
กำกับโดย : คริสโตเฟอร์ โนแลน
นักแสดง : คริสเตียน เบล, ฮีธ เลดเจอร์, มอร์แกน ฟรีแมน, แมกกี้ กิลเลนฮาล, แกรี่ โอล์ดแมน, ไมเคิล เคน

ภาคต่อของภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องฮิต “Batman Begins” ในเรื่อง “The Dark Knight” เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งของผู้กำกับฯ คริสโตเฟอร์ โนแลน และนักแสดงหนุ่มคริสเตียน เบล ซึ่งกลับมารับบท แบทแมน/บรูซ เวย์น ในภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้แบทเมนวางเดิมพันเพิ่มขึ้นในการต่อสู้กับอาชญากรรม ด้วยความช่วยเหลือของผู้หมวดจิม กอร์ดอน และอัยการเขตฮาร์วีย์ เดนท์ แบทแมนเริ่มทำลายล้างกลุ่มอาชญากรที่ยังคงระบาดไปทั่วท้องถนน การร่วมแรงของพวกเขาดูจะเป็นผลดี แต่ต่อมาไม่นานพวกเขากลับพบว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของความวุ่นวายที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าแห่งอาชญากรสมองใสซึ่งชาวเมืองกอธแธมที่หวาดผวารู้จักกันดีในนามของโจ๊กเกอร์

ฮีธ เลดเจอร์ ดาราที่เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง (“Brokeback Mountain”) จะรับบทเป็นวายร้าย เดอะ โจ๊กเกอร์ และแอรอน เอ็กฮาร์ท รับบทเป็นอัยการเขตฮาร์วีย์ เดนท์ ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักดีในนามทูเฟซ อีกหนึ่งหัวหอกในการล้างแค้นของแบทแมน แมกกี้ กิลเลนฮาล มาร่วมทีมนักแสดงในบทเรเชล ดอว์ส และที่หวนคืนมาจากเรื่อง “Batman Begins” ได้แก่ แกรี่ โอล์ดแมน เป็นผู้หมวดจิม กอร์ดอน, ดาราเจ้าของรางวัลออสการ์ ไมเคิล เคน (“The Cider House Rules”) เป็นอัลเฟรด และดาราเจ้าของรางวัลออสการ์ มอร์แกน ฟรีแมน (“Million Dollar Baby”) เป็นลูเซียส ฟ็อกซ์

โนแลนกำกับฯ เรื่อง “The Dark Knight” จากบทภาพนตร์โดยโจนาธาน โนแลน เนื้อเรื่องโดยคริสโตเฟอร์ โนแลนด์และเดวิด เอส. โกเยอร์ อำนวยการสร้างโดยเอ็มม่า โธมัส, ชาร์ลส โรเวน และคริสโตเฟอร์ โนแลน โดยมีเควิน เดอ ลา นอย, เบนจามิน เมลนิเคอร์ และไมเคิล อี. อุสแลน รับหน้าที่ผู้อำนวยการบริหาร

“The Dark Knight” จัดจำหน่ายทั่วโลกโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทของ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์
www.darkknight-thai.com

The Dark Knight Movie Trailer

The Dark Knight – the sequel to the 2005 Batman Begins – was always a highly anticipated film, but the shocking death of Heath Ledger, who plays the Joker in it, thrust the project into the limelight. Announced in January 2006, The Dark Knight is the first Batman film without the word ‘Batman’ in its title. Christopher Nolan, writer-director of Batman Begins, comes back. So does Christian Bale as Batman, Michael Caine as Alfred Pennyworth, Morgan Freeman as Lucius Fox and Gary Oldman as Jim Gordon. Katie Holmes is replaced by Maggie Gyllenhaal to play Rachel Dawes while Aaron Eckhart makes an entry as Harvey (Two-Face) Dent. All set to storm cinema screens on July 18, The Dark Knight has been partly shot in the IMAX format with an estimated budget of $180 million.

Here a high quality and high resolution movie trailer is supplied for free downloads and with watching facility. Some movie posters are also supplied.
Complete movie details (cast, crew and story of the film) are furnished below

Synopsis

With the help of Lieutenant Jim Gordon (Gary Oldman) and the committed new District Attorney, Harvey Dent (Aaron Eckhart), Batman (Christian Bale) sets out to destroy organized crime in Gotham City for good. The triumvirate initially proves to be effective, but they soon find themselves prey to a rising criminal mastermind known as The Joker (Heath Ledger), who thrusts Gotham into anarchy and forces The Dark Knight ever closer to crossing the fine line between hero and vigilante.





Hellboy 2 : The Golden Army / เฮลล์บอย 2 ฮีโร่พันธุ์นรก





วันที่เข้าฉาย : 10 กรกฎาคม 2551
แนวหนัง : แฟนตาซี แอ๊คชั่น
กำกับโดย : กีลเลอร์โม่ เดล โทโร่
นักแสดง : รอน เพิร์ลแมน, เซลม่า แบลร์, ดั๊ก โจนส์, เจฟฟรีย์ แทมบอร์, ลุค กอสส์, จอห์น เฮิร์ต


เฮลล์บอยพร้อมลุยเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายอย่างสำนักงานค้นคว้าและป้องกันเหตุผิดธรรมชาติที่เป็นหน่วยงานลับสุดยอด (เป็นหน่วยงานลับที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1943 โดยรูสเวลท์ พวกเขาใช้เทคโนโลยีลับ พลังลึกลับ และเครือข่ายของบุคคลที่มีพลังวิเศษเพื่อปกป้องโลกให้พ้นจากเหตุเหนือธรรมชาติที่มีความรุนแรง หน่วยงานนี้มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า บีพีอาร์ดี) อย่างไรก็ดี เฮลล์บอยอยากจะกลับไปสูบซิการ์ บริหารหน้าท้อง และได้อยู่กับแฟนสาวพลังไฟของเขาที่ชื่อ ลิซ เชอร์แมน (เซลม่า แบลร์ จาก Legally Blonde, In Good Company) และแมวเหมียวของพวกเขามากกว่า แต่โชคชะตามีแผนการใหญ่กว่านั้นสำหรับพวกเขา

หลังจากสัญญาณสงบศึกอันเก่าแก่ระหว่างมนุษยชาติกับเหล่าลูกหลานของโลกถูกทำลาย นรกแตกออก เจ้าชายนูอาดาแห่งยมโลก (ลุค กอสส์ จาก Blade II, Unearthed) รู้สึกเหนื่อยหน่ายที่ต้องยำเกรงต่อมนุษยชาติมานานหลายศตวรรษ เขาจึงวางแผนการปลุกกองทัพนักฆ่าที่จะกลับมาทวงสิ่งที่เคยเป็นของประชากรของเขา อสุรกายสุดมหัศจรรย์ทั้งหมดทั้งมวลได้รับการปลดปล่อยให้ออกมาเดินท่องไปในโลกอีกครั้ง บัดนี้ มีเพียงเฮลล์บอยเท่านั้นที่สามารถหยุดเจ้าชายแห่งยมโลก และช่วยโลกให้พ้นจากการโดนทำลายล้าง

ที่ร่วมมือกับเฮลล์บอยและแฟนสาวของเขา ก็คือบรรดานักแสดงหลักของภาพยนตร์เรื่อง Hellboy อาทิเช่น อาบี เซเปียน ผู้หยั่งรู้ความรู้สึกของผู้อื่น (ดั๊ก โจนส์ จาก Pan’s Labyrinth, Fantastic Four: Rise of the Silver Surfer) และทอม แมนนิ่ง เจ้าหน้าที่บีพีอาร์ดี (เจฟฟรีย์ แทมบอร์ จาก Superhero Movie, Arrested Development) นักแสดงชายรุ่นใหญ่มากฝีมืออย่างจอห์น เฮิร์ต (Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull, V for Vendetta) กลับมารับบทเป็นพ่อบุญธรรมของเฮลล์บอย ศาสตราจารย์เทรเวอร์ บรูม ส่วนหน้าใหม่ที่เข้ามาร่วมทีมนี้ก็คือโจแฮนน์ เคร้าสส์ บทที่ร่วมกันสร้างสรรค์โดยจอห์น อเล็กซานเดอร์ (Mighty Joe Young, Gorillas in the Mist: The Story of Dian Fossey) และหน้าใหม่อย่างเจมส์ ด็อดด์ เคร้าสส์ให้เสียงพากย์โดยเซ็ธ แม็คฟาร์เลน ผู้สร้างผลงานฮิตของฟ็อกซ์ เรื่อง Family Guy และเป็นชายที่อยู่เบื้องหลังเสียงพากย์ตัวละครดังๆ หลายตัวของซีรีส์เรื่องนี้



แรงกระตุ้นที่โหดร้ายของนูอาดาที่ต้องการจะแก้แค้น มีพลังคัดค้านอยู่ อันได้แก่แรงกระตุ้นด้วยความเมตตาของคู่แฝดของเขา เจ้าหญิงนูอาล่า ผู้เลอโฉม (แอนนา วอลตัน จาก The Mutant Chronicles, A Girl and a Gun) รอย โดไทรซ (Alien Hunter, Amadeus) รับบทเป็นคิงบาเลอร์ พระบิดาที่ทุกข์ทรมานของพวกเขา และไบรอัน สตีล (Hellboy) รับบทเป็นมิสเตอร์วิงก์ มือขวาของเจ้าชาย ร่วมด้วยตัวละครอีกมากมายหลายตัวที่ถูกเพิ่มเข้าไปในโลกของเดล โทโร่ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวร่างกายอย่าง โจนส์ได้ร่วมงานกับสตีลในการแสดงเป็นอสุรกายที่ต้องอาศัยงานเอฟเฟ็กต์สร้างขึ้นมาหลายชนิดด้วยกัน อาทิเช่น แชมเปอร์เลน และสัตว์ประหลาดที่ดูน่าตื่นตาอย่างแองเจล ออฟ เด็ธ
ในศึกครั้งนี้ บีดีอาร์ดีต้องเดินทางไปมาระหว่างโลกบนผิวโลกของมนุษย์ และโลกมหัศจรรย์ที่เคยถูกซ่อนไว้ ซึ่งเป็นดินแดนที่สิ่งมีชีวิตสุดมหัศจรรย์เหล่านี้อาศัยอยู่ และเฮลล์บอย ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทั้งสองโลกนี้ แต่กลับไม่เป็นที่ยอมรับในโลกไหนเลย ต้องเลือกระหว่างชีวิตที่เขารู้จัก กับชะตากรรมปริศนาที่มีเสน่ห์ล่อใจ

ในปี 2004 มือเขียนบทและผู้กำกับที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ กีลเลอร์โม่ เดล โทโร่ ได้นำฮีโร่จากหนังสือการ์ตูนของไมก์ มิกโนล่าอย่างเฮลล์บอย (รอน เพิร์ลแมน จาก Blade II, Alien: Resurrection) มาขึ้นจอ เฮลล์บอยที่เป็นนักสืบเหตุเหนือธรรมชาติกล้ามโต ที่มาพร้อมกับเขา หาง และอารมณ์ร้อนถึงจุดเดือด ก็คือผู้ชายธรรมดาที่กลายมาเป็นตัวละครสุดโปรดของเด็กชายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงเดล โทโร่ด้วย เดล โทโร่ได้แนะนำให้คนดูทั่วโลกได้รู้จักกับนักต่อสู้อาชญากรรมอย่างไม่เต็มใจในภาพยนตร์เรื่อง Hellboy ด้วยความชาญฉลาด ฉากแอ็คชั่น และงานเอฟเฟ็กต์สุดเฉียบ ได้กลายมาเป็นภาพยนตร์สุดฮิตโกยรายได้และได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมที่เขาตั้งใจสร้างให้กับคนรักหนังสือการ์ตูนและคนดูทั่วไป



การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ของเดล โทโร่ยังคงได้รับการสานต่อมาด้วยภาพยนตร์แอ็คชั่นทริลเลอร์ เรื่อง Hellboy II: The Golden Army ซึ่งถือเป็นผลงานใหม่ของเดล โทโร่ ต่อจากภาพยนตร์สามรางวัลออสการ์ของเขาในปี 2006 เรื่อง Pan’s Labyrinth โดยเป็นการนำฮีโร่ตัวแดงกล้ามโตผู้รักแมวเหมียว ผู้มาพร้อมกับอาวุธร้ายกาจขึ้น กลับคืนสู่จอ พร้อมด้วยวายร้ายอสุรกาย และในครั้งนี้ เฮลล์บอยกลับมาไล่เตะปีศาจที่ชั่วร้ายมากขึ้น

Synopsis

With a signature blend of action, humor and character-based spectacle, the saga of the world’s toughest, kitten-loving hero continues to unfold in Hellboy II: The Golden Army. Bigger muscle, badder weapons and more ungodly villains arrive in an epic vision of imagination from Oscar®-nominated director Guillermo del Toro (Pan’s Labyrinth, Hellboy).



After an ancient truce existing between humankind and the invisible realm of the fantastic is broken, hell on Earth is ready to erupt. A ruthless leader who treads the world above and the one below defies his bloodline and awakens an unstoppable army of creatures. Now, it’s up to the planet’s toughest, roughest superhero to battle the merciless dictator and his marauders. He may be red. He may be homed. He may be misunderstood. But when you need the job done right, it’s time to call in Hellboy (Ron Perlman).

Along with his expanding team in the Bureau for Paranormal Research and Defense – pyrokinetic girlfriend Liz (Selma Blair), aquatic empathy Abe (Doug Jones) and protoplasmic mystic Johann – the BPRD will travel between the surface strata and the unseen magical one, where creatures of fantasy become corporeal. And Hellboy, a creature of two worlds who’s accepted by neither, must choose between the life he knows and an unknown destiny that beckons him.


วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ (ล่าสุด)

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ (ล่าสุด)


1.ชิเชน อิตสา (Chichen Itza)

สถานที่ตั้ง : ประเทศเม็กซิโก
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้





ชิเชน อิตสา เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารจำนวนมากมายซึ่งพวกมายาได้สร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าผู้ทรงกระหายพระโลหิต ตัววิหารก่อสร้างซ้อนกันเป็นชั้น ๆ บนเนื้อที่ราว 6.4 ตารางกิโลเมตร วิหารที่ใหญ่สุดมีชื่อว่า มหาวิหารแห่งนักรบ สร้างคริสต์ศตวรรษที่ 12 สร้างทีหลัง วิหารเก่าแห่งชัคมูล ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไปใช้เป็นที่ทำพิธีสังเวยเทพเจ้าโดย ใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า ณสิที่นั้น

ลักษณะโดยทั่วไปของชิเชน อิตสา ทำเป็นรูปเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้น ๆ มีบันไดกลาง รอบ ๆ ทำเป็นบริเวณตลาดทำนองเดียวกับสถานสถิตยุติธรรมของพวกโรมันทซึ้งอยู่กลางเมือง ที่สาธารณะ เป็นที่รวมของฝูงประชาชน

ชนเผ่ามายาแห่งเม็กซิโก สืบสายมาจากคนพวกแรกที่เดินทางจากเอเชีย เข้ามายัง อเมริกา ทางช่องแคบเบริ่ง ได้มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมทั้งในด้านเหี้ยมโหดอันป่าเถื่อน และความมีธิสติปัญญาอันสูงส่งในขณะเดียวกัน

พวกมายาฝึกความเสียสละด้านมนุษยชาติ ควักหัวใจผู้ที่รับการบูชาออกสังเวยพระเจ้า ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาความรู้ด้านดาราศาสตร์ ศิลปะของสถาปัตยกรรม ทางอักษรศาสตร์ ด้านการเขียนบันทึกด้วยตัวอักษรพิเศษ และการค้นพบค่าของเลข 0 ทางคณิตศาสตร์ แต่ก็น่าแปลกชัที่พวกนี้มิได้ค้นพบประโยชน์อันเกิดจากล้อเลื่อน

ศูนย์กลางของอารยธรรมของคนพวกนี้อยู่ที่ชิเชน อิตสา ในคาบสมุทรยุกาตัน ผู้ค้นพบ ขุมอารยธรรมเหล่านี้แล้วนำออกมาเผยแพร่ให้ชาวโลกได้ทราบคือ นายธอมป์สันยชาวอเมริกา ผู้ใช้ชีวิตซอกซอนท่องเที่ยวไปในหมู่พวกมายาด้วยความสนใจจะศึกษาสิ่งลึกลับต่าง ๆ

บางทีอาจกล่าวได้ว่าพวกมายาจะเป็นต้นตำรับของพวกบูชาความสงบที่ต้องการศาสนารุนแรง นองเลือด หลังจากที่เคยพ่ายแพ้พวกชนเผ่าโตลเต็ค ซึ่งอยู่ตอนกลางของเม็กซิโก ในท้ายที่สุด พวกมายาก็ตกอยู่ใต้อำนาจของผู้ที่นิยมความรุนแรงที่เหนือกว่า ในเมื่อผู้ชนะที่กระหายเลือด โลภที่ จะได้ทอง และทรัพย์สมบัติของพวกมายาอย่างเต็มที่


2.รูปปั้นของพระเยซู เมือง ริโอ เดอ จาเนโร (Statue Cristo Redentor)

สถานที่ตั้ง : เมือง Rio de Janeiro ประเทศบราซิล
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้





รูปปั้นของพระเยซูที่โปรดให้พ้นบาป ยืนสูง 30 เมตร (98ฟุต) และกำลังมองข้ามเมือง Rio de Janeiro หนึ่งในรูปปั้นสูงที่สุด ในโลก. รูปปั้นแสดง พระเยซูเยืนยื่นแขนออกมาต้อนรับ และเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้ พัฒนาดดยวิศวกร Heitor da Silva Costa และองค์กร สร้างขึ้นในปี 1921 ดครงการทำเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสิ้น รูปปั้นอยู่บนภูเขา Corcovado (ภูเขา Hunchback ) และตั้งใน อุทยานแห่งชาติ Tijuca เป็นสถานที่ปิคนิกที่รื่นเริง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปฐานของรูปปั้น ซึ่งสูง 709 m (2326ฟุต) สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขา Sugar Loaf กลางเมือง Rio de Janeiro และชายหาดของ Rio de Janeiro นักท่องเที่ยวสามารถ ขึ้นรถไฟ ไปบนยอดของภูเขาเพื่อมองรูปปั้นอย่างใกล้ชิด และสร้างวิวที่สวยงามมากมาย


3.กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)

สถานที่ตั้ง : ประเทศจีน
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงอิฐยักษ์ เป็นกำแพงกั้นเมือง และกั้นประเทศทั้งประเทศ ตามพรมแดนด้านเหนือของจีน เป็นกำแพงที่ยาวใหญ่มหึมา หาที่ใดในโลกมาเปรียบ ไม่ได้อีกแล้ว มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร(10 ฟุต) ซึ่งทหารม้าเข้าแถวเรียง 8 ได้อย่างสบาย ๆ มีความสูง จากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร(20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต) สูงพอที่จะไม่สามารถ ปีนข้ามไปได้ง่าย ๆ เดิมเชื่อว่ามีความยาว 2,550 ไมล์ ( 2,400 กิโลเมตร) บนกำแพงทุก ๆ ระยะ 200 เมตร(300 ฟุต) จะมีหอหรือป้อม สำหรับตรวจเหตุการณ์ มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่ง สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุ ไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252ปีก่อนคริสตกาล) ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี และมีการสร้างต่อเติมอีกหลายกครั้ง ใช้แรงงานเกณฑ์จากราษฎรทั้งประเทศ นับจำนวนล้าน มีผู้เสียชีวิตนับพันนับหมื่น

เป็นสิ่งก่อสร้าง ชนิดเดียวในโลก ที่สามารถมองเห็น เมื่อมองจากดวงจันทร์ ในสมัยนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่ป้องกันข้าศึกได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันไม่มีความหมายในด้านป้องกันประเทศอีกแล้ว คงมีค่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก


4.อาณาจักรอินคา (Inca city , Machu Picchu)

สถานที่ตั้ง : เมืองบคุสโซ ประเทศเปรู
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






ใกล้ๆ เมืองคุสโซ ภูมิประเทศแสนกันดารยากจะเข้าถึง เป็นยอดสูงมีบริเวณรอบ ๆ รวมแล้วความสูงของหน้าผาประมาณ 304.8 เมตร (1,000 ฟุต) ฮิแรม บิงแฮม นักสำรวจชาวอเมริกัน ไปพบมาจุ ปิคชุ ในปี ค.ศ. 1911 บริเวณนั้นเป็นป่าใหญ่คลุมพื้นที่อยู่ นอกจากสิ่งก่อสร้าง ปรักหักพังบางส่วนที่โผล่อยู่ให้เห็นสิ่งก่อสร้างดังกล่าวบ่งบอกให้เห็นความสามารถยอดเยี่ยม เชิงสถาปัตยกรรมของชาวอินคาในอดีตที่ปรากฎก็มีโบสถ์วิหาร อ่างหินสำหรับเก็บน้ำ บันไดหินเป็นพัน ๆ ขั้น เพือเป็นทางทอดระเบียงลงไปในที่ต่าง ๆ แห่งนครผู้เขานี้

เรื่องราวการพิชิตอาณาจักรอินคาเริ่มจากปี ค.ศ. 1532 เกิดการต่อสู้วิวาทของชาวพื้นเมือง เปิดโอกาสให้ ฟรานโก ปิซาโร นักผจญภัยชาวสเปน จับหัวหน้าเผ่าอินคาชื่อ อตา ฮวลปา ไว้บังคับให้บอกที่ซ่อนทองพอรู้เรื่องก็ปล้นยึดเอาไปจากอาณาจักรอินคาแต่เป็นชัยชนะระยะสั้น ได้เกิดการสู้รบระหว่างนักผจญภัยชาวสเปนคนอื่น ๆ และปิซาโร ลงท้ายด้วยปิราโซกับพวก จำนวนมากได้ถูกสังหาร พวกชาวพื้นเมืองพยายามตีโต้ขับไล่พวกสเปนจากภูเขาที่มั่นคงแข็งแกร่งแห่งมาจุ ปิคชุ

หลังจากพวกอินคาได้ลุกฮือขึ้นต่อสู้ได้มีการตั้งผู้ปกครองคือ มานโค คาแปค ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก สมัยมานโคที่ 2 ชาวพื้นเมืองได้รวมตัวกันก่อสงครามเบ็ดเสร็จขับไล่พวกสาเปนจากภูเขาอันเป็นที่มั่น รบกันไม่นาน ฝ่ายสเปนกลับได้เปรียบ พวกชาวพื้นเมืองเผ่าอินคาถูกสังหารล้มตายลงราวกลับใบไม้ร่วง จนในที่สุดแม้ตัวมานโค ผู้เป็นหัวหน้าก็ตายในที่รบ


5.เปตรา (Petra)

สถานที่ตั้ง : ประเทศจอร์แดน
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






นครเปตราในจอร์แดนเป็นเมืองที่เจาะสลักเข้าไปในหินเกือบทั้งหมด รอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น วิหาร หลุมศพ บันได โรงละคร ซึ่งขุดสลัก มาแต่ยอดเขาลงมาเป็นหลืบลดหลั่นเป็นช่อชั้นงดงาม แสดงถึงฝีมือและ ศิลปะในการสลักหินได้อย่างยอดเยี่ยม สีของหินก็กลมกลืนกันดี ตัวตึกสี เลือดนก สีกุหลาบและสีม่วงเป็นลำดับ ถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม เบื้องต้นของเขตตะวันออกกลางที่เรียกว่านาบาทีนส์ คนแถบนี้เป็นพวกเร่รอน อาชีพเลี้ยงแกะอยู่ไม่เป็นที่ เป็นพวกชอบทำธุรกิจค้าขายเครื่องเทศจากตะวันออก ไปยังเขตเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นก็ขนส่งลงเรือไปสู่ยุโรป ในช่วงเวลาที่มีการ ค้าขายอย่างกว้างขวางกับอาณาจักรต่าง ๆ สืบมาจนถึงปัจจุบันได้ใช้เส้นทาง ในเขตซีเรียสู่ซาอุดีอารเบียโดยอาศัยกองคาราวานขนส่ง ได้สร้างความร่ำรวย และอำนาจราชศักดิ์ จนได้กลายมาเป็นนครเปตราขึ้นจากพวกอีโดไมท์ ซึ่งถือ เป็นเมืองหลวงในราว 300 ปี ก่อนคริสต์กาล

ในคริสต์ศตวรรษที่2 พวกนาบาทีนส์ต้องพ่ายแก่เผ่าพวกโรมัน จำเป็นต้องเข้ารวมกับอาณาจักรโรมันแต่ความสำคัญด้านการค้าของนครเปตรา ยังอยู่ต่อไปโดยมีชาวโรมันคอยหนุนหลัง ถนนโรมันถูกสร้างขึ้นจากซีเรียไปยังทะเลแดง โดยฝีมือของชาวเมืองทรอยตามอย่างถนนโรมัน ศิลปะนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป พวกศริสเตียนได้นำมาดัดแปลงสร้างเป็นสถานนมัสการพระเจ้า

สิ่งก่อสร้างสำคัญชิ้นหนึ่งในนครเปตราคือมหาวิหารกวาซร์ ฟีราโอน ซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอาเรตัสที่4 มหาราชของชาวนาบาทีนส์ ซึ่งครองราชย์ระหว่าง 9 ปีก่อน ค.ศ. จนถึง ค.ศ. 40

การบูรณปฏิสังขรณ์นครเปตรากำลังดำเนินอยู่อย่างมาก ในปัจจุบัน นครแห่งนี้ถูกค้นพบในรูปปรักหักพังมาตั้งแต่ ค.ศ. 1812 นับเป็นนครที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ไปชมปีละมากมาย ความนิยมดังกล่าวช่วยยกฐานะให้นครเปตรากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โปราณสิ่งหนึ่งในโลก


6.สนามกีฬากรุงโรม (Colosseum of Rome)

สถานที่ตั้ง : กรุงโรม ประเทศอิตาลี
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้





สนามกีฬากลางแจ้งแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของโลกอย่างหนึ่ง เป็นอนุสรณ์ที่ ใหญ่โตของอาณาจักร โรมันสมัยโบราณสร้างขึ้นในระหว่างสิพ.ศ. 615 ถึง 623 (ค.ศ. ที่ 72 ถึง 80)

ตัวสนามสร้างมีรูปเป็นตึกวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น ภายในมีอัฒจรรย์สำหรับคนนั่งดู จุคนดูประมาณ 80,000 คน ใต้อัฒจรรย์ และใต้ดินมีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือ ไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมากทปีๆธิหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน

สนามกีฬาแห่งนี้จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมลงชัก็ถูกข้าศึกทำลายหลายครั้งหลายหน

ในปัจจุบันยเหลือแต่ซากโครงสร้างอันใหญ่โตมโหฬารไว้ให้ชม


7.ทัชมาฮัล (Taj Mahal)

สถานที่ตั้ง : เมืองอักรา ประเทศอินเดีย
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






ทัชมาฮัล เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ของโลก เพราะที่นี่เป็นสุสานฝังศพของ มุมทัชมาฮัล ราชินีผู้ป็นที่รักยิ่งของ พระเจ้าชาห์เยฮัน อยู่ในเมืองอัคระ บนฝั่งแม่น้ำยมนา ประเทศอินเดีย

มุมทัชมาฮาล เป็นมเหสีที่พระเจ้าชาห์เยฮันรักมากที่สุด พระนางสิ้นพระชนม์เพราะคลอดโอรสองค์ที่ 15 ซึ่งทำให้พระเจ้าชาห์เยฮัน เศร้าโศกมาก พระองค์จึงสร้างที่ฝังศพที่หญ่โตที่สุดในโลกขึ้นที่ริมแม่น้ำยมนา

สร้างระหว่างปี พ.ศ. 2173-2191 (ค.ศ. 1630-1648) เสียเวลาสร้างอยู่ 23 ปี ทกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลบริสุทธิ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยสถาปนิก อุสตาด ไอสา (Ustad lsa) มีผู้ร่วมสร้างเป็น ผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน วัตถุในการก่อสร้าง คือ หินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลือง จากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียรไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 50,000,000 เหรียญอเมริกัน หรือ ประมาณ 1,000,000,000 บาท

ซึ่งได้รับคำรับรองจากสถาปนิกทั่วโลกว่าสร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วน และ วิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร(130 ฟุต) ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร(200 ฟุต) มีโดมเล็กๆ เป็นหสูงอยู่ทั้ง 4 มุม ภายในประดับด้วย หินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตรตระการตาแทรกเสริมด้วย พลอยสี ทับทิม และนิล ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน และมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็นพิเศษกั้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ศพจริงๆ ไม่ได้บรรจุอยู่ในหีบ หากฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพนั้น ภายหลังที่สร้างทัชมาฮัล ซาร์เจฮันใฝ่ฝันที่จะสร้าง ที่ฝังศพตัวเองที่ฝั่งแม่น้ำตรงกันข้ามจะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆ แต่ลูกชายเกรงเงินจะหมดจะไม่มีใช้ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติจึงจับพ่อขังอยู่ได้ 7 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ประมาณปี พ.ศ.2209 (ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพแม่ ส่วนนายช่างผู้ออกแบบถูกสั่งให้ประหาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่สวยกว่าได้

ทัชมาฮัลเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างเหมาะสมสวยงามน่ามหัศจรรย์

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน


1.ปราสาทหินนครวัด (Angkor)

สถานที่ตั้ง : เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้



ปราสาทหินนครวัด เป็นสถาปัตยกรรมที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก สร้างโดยพระราชาธิราชแห่งพวกขอมซึ่งปกครองดินแดนของกัมพูชา ประมาณสิพ.ศ. 1690 (ค.ศ. 1147)ทเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

ตัวปราสาทสร้างด้วยหินศิลาแลง นี้กว้างด้านละ 5 เส้น หรือ 200 เมตร แบ่งเป็นเป็น 3 ตอน รอบ ๆ ปราสาทมีคู ทางเข้าปราสาท ด้านหน้าปูด้วยหินศิลาแลงขนาดใหญ่มีราวกำแพงสลักเป็นพญานาค ซุ้มประตูสร้างเป็น พระปรางค์ 3 ยอด ผ่านประตูเข้าไปข้างในถึงตอนกลางเป็นปราสาทก่อเป็นพระปรางค์มี 5 ยอด มีภาพแกะสลักวิจิตรงดงามลงในเนื้อหินประดับประดาอยู่แทบทั้งหมด เป็นภาพนูนแสดงถึงพุทธประวัติ ประวัติการทำสงคราม ตอนบนของยอดปราสาทมักสลักเป็นรูปพรหมสี่หน้า เป็นสถาปัตยกรรมก่อสร้างที่งดงามมั่นคงธิซึ่งแสดงว่าครั้งหนึ่ง ขอมเคยเจริญรุ่งเรืองมาแล้วในสมัยโบราณ

ปราสาทนี้ปล่อยทิ้งร้างไว้เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลง จนกลายเป็นป่าทึบชัมีต้นไม้ปกคลุมโดยทั่วไปทำให้ปรักหักพังลงมากยเพิ่งได้รับการบำรุงซ่อมแซมบูรณะให้คืนสู่สภาพเดิมเมื่อต้นคริสตศตวรรษที่ 19


2.ทัชมาฮัล (Taj Mahal)

สถานที่ตั้ง : เมืองอักรา ประเทศอินเดีย
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้







ทัชมาฮัล เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ของโลก เพราะที่นี่เป็นสุสานฝังศพของ มุมทัชมาฮัล ราชินีผู้ป็นที่รักยิ่งของ พระเจ้าชาห์เยฮัน อยู่ในเมืองอัคระ บนฝั่งแม่น้ำยมนา ประเทศอินเดีย

มุมทัชมาฮาล เป็นมเหสีที่พระเจ้าชาห์เยฮันรักมากที่สุด พระนางสิ้นพระชนม์เพราะคลอดโอรสองค์ที่ 15 ซึ่งทำให้พระเจ้าชาห์เยฮัน เศร้าโศกมาก พระองค์จึงสร้างที่ฝังศพที่หญ่โตที่สุดในโลกขึ้นที่ริมแม่น้ำยมนา

สร้างระหว่างปี พ.ศ. 2173-2191 (ค.ศ. 1630-1648) เสียเวลาสร้างอยู่ 23 ปี ทกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลบริสุทธิ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยสถาปนิก อุสตาด ไอสา (Ustad lsa) มีผู้ร่วมสร้างเป็น ผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน วัตถุในการก่อสร้าง คือ หินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลือง จากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียรไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 50,000,000 เหรียญอเมริกัน หรือ ประมาณ 1,000,000,000 บาท

ซึ่งได้รับคำรับรองจากสถาปนิกทั่วโลกว่าสร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วน และ วิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร(130 ฟุต) ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร(200 ฟุต) มีโดมเล็กๆ เป็นหสูงอยู่ทั้ง 4 มุม ภายในประดับด้วย หินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตรตระการตาแทรกเสริมด้วย พลอยสี ทับทิม และนิล ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน และมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็นพิเศษกั้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ศพจริงๆ ไม่ได้บรรจุอยู่ในหีบ หากฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพนั้น ภายหลังที่สร้างทัชมาฮัล ซาร์เจฮันใฝ่ฝันที่จะสร้าง ที่ฝังศพตัวเองที่ฝั่งแม่น้ำตรงกันข้ามจะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆ แต่ลูกชายเกรงเงินจะหมดจะไม่มีใช้ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติจึงจับพ่อขังอยู่ได้ 7 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ประมาณปี พ.ศ.2209 (ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพแม่ ส่วนนายช่างผู้ออกแบบถูกสั่งให้ประหาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่สวยกว่าได้

ทัชมาฮัลเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างเหมาะสมสวยงามน่ามหัศจรรย์


3. พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles)

สถานที่ตั้ง : กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้



เป็นพระราชวังที่สวยงามมากสร้างขึ้นโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส มีนายช่างสถาปนิก อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็นผู้ออกแบบ ลงมือสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2204 (ค.ศ. 1661) สร้างอยู่นาน เวลา 30 ปี สิ้นเงินค่าสร้าง 500,000,000 ฟรังก์ ใช้คนงาน 30,000 คน ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างและศิลปกรรมก่อสร้างที่งดงามมาก

ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ เช่น มีห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ห้องทรงพระอักษร ห้องโถง ห้องออกว่าราชการ ฯลฯ แต่ละห้องมีเครื่องประดับมีค่ามากมาย ทั้งวัตถุ และ ภาพเขียนศิลปะที่มีชื่อเสียง ห้องที่มีชื่อที่สุด คือ ห้องกระจกที่เคยใช้ลงนาม เซ็นสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตร กับเยอรมัน ในคราวมสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นที่ใช้ลงนามในเมื่อเยอรมันบุกตีชนะฝรั่งเศส ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ในการทำสงครามใหญ่ทุกครั้งฝรั่งเศส จึงต้องประกาศให้ปารีสเป็นเมืองปลอดทหารคือ ไม่มีทหารตั้งอยู่ ไม่มีการต่อสู้ใด ๆทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อรักษาไม่ให้พระราชวังแห่งนี้ ต้องได้รับความเสียหายจากการโจมตี ของข้าศึกไม่ว่าโดยทางใด ทุก ๆ ปีจะมีนัก ปจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมมีค่าที่สุดของฝรั่งเศส และโลก ที่มีนักท่องเที่ยวไปชมความงามไม่น้อยกว่า 1,000,000 คน ต่อปี


4.สะพานโกลเดนเกต (Golden Gate Bridge)

สถานที่ตั้ง : เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ทอดข้ามอ่าวทางตอนเหนือ ของเมืองซานฟรานซิสโก สร้างเป็นแบบโครงแขวน ตัวสะพานแขวนประกอบด้วยหอคอยเหล็กสองข้างข้างละ 215 เมตร ( 746 ฟุต) ใช้ ลวดเคเบิลที่โยงทอดเป็นตัวดึงน้ำหนักสะพานมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ยาว 107,000 ไมล์ และยังมีเส้นลวดเล็ก ยึดสายโยงอีกรวม 27,572 เส้น มีช่วงกลางระหว่างตอม่อยาว 1.26 กิโลเมตร ส่วนริม 2 ฟาก ยาวข้างละ 34 เมตรสิรวมยาวทั้งหมดประมาณ 7 กิโลเมตรทมีส่วนกว้าง 27 เมตรธิเป็นสะพานแบบสะพานแขวนขนาดใหญ่ และยาวมากที่สุดสะพานแรกในยุคนั้น จนเป็นที่น่ามหัศจรรย์ของผู้ผ่านไปมาชัและพบเห็นยิ่งนัก ยและเป็นแบบอย่างในการออกแบบสร้างสะพานแขวนแบบใหญ่และยาวมากขึ้นไปอีกในโอกาสต่อๆมา


5.เรือควีนแมรี่ (Queen Mary)

สถานที่ตั้ง : เมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






เรือเดินสมุทร "ควีนแมรี่"ของอังกฤษลำนี้เป็นเรือสมุทรขนาดมหึมาใหญ่โตที่สุดของโลกเท่าที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อรับส่งผู้โดยสารข้ามมหาสมุทร เรือลำนี้ต่อที่อู่ริมฝั่งแม่น้ำไคลต์ในประเทศสก็อตแลนด์ เมื่อ ค.ศ. 1939 มีราคา 25,000,000 เหรียญสหรัฐ มีน้ำหนักทั้งสิ้น 80,773 ตัน มีความยาว 300 เมตร (1,004 ฟุต) สูง 54 เมตร (180 ฟุต) เครื่องยนต์ขับเคลื่อน มีกำลังทั้งหมด 200,000 แรงม้า อัตราความเร็วชั่วโมงละ 30 น็อตต่อชั่วโมง มีหม้อน้ำขนาดใหญ่ต้มน้ำมีน้ำหนักถึง 400 ตัน ให้เดือดกลายเป็นไอไปใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนใบจักร และเครื่องกลต่างๆของลำเรืออยู่ทุก ๆ ชั่วโมง

เรือลำนี้บรรจุคนได้ประมาณ 2,075 คน บนดาดฟ้ามีที่ว่างทำสนามเล่นกีฬาได้ถึง 3 เอเคอร์ ภายในเรือมีร้านขายอาหาร สนามเด็กเล่น สำนักพิมพ์ สระว่ายน้ำ โรงพยาบาล และอุปกรณ์บริการความสุขอื่นๆ เครื่องอำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารอย่างครบครัน เหมือนกับเมืองขนาดย่อมที่ล่องลอยไปในท้องมหาสมุทร

แม้ว่าเรืควีนแมรี่จะมีขนาดใหญ่โต แต่ก็สามารถเดินทางจากเมืองท่าลิเวอร์พูล อังกฤษ ถึงเมืองท่านิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ข้ามมหาสมุทรอันลันติค ในเวลาเพียง 9 วัน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือลำนี้หยุดเดินทางรับส่งผู้โดยสารเพราะเกรงจะถูกข้าศึกยิงจม แต่เมื่อสงครามผ่านพ้นไปแล้วก็ปรับปรุง ออกบริการผู้โดยสารอยู่อีกหลายปี เพิ่งมายุติการเดินทางเพื่อรับส่งผู้โดยสารในปี ค.ศ. 1967 โดยบริษัทเจ้าของขายให้แก่เศรษฐีอเมริกันคนหนึ่งเอาไปปรับปรุงใหม่ทำเป็นโรงแรม ภัตตาคาร และพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ที่ ลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะยังปรากฎให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตต่อไปอีกนาน


6.ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building)

สถานที่ตั้ง : บนเกาะแมนฮัตตัน เมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






ตึกเอ็มไพร์สเตต ใช้อิฐในการสร้าง 10 ล้านก้อน สูง 375 เมตร และลึกลงไปใต้ดิน จากระดับถนนอีก 10 เมตร แบ่งเป็น 102 ชั้น บนยอดสุดมีโดมสูงขึ้นไปอีก 60 เมตร จากชั้นล่างถึงชั้นที่ 86 มีโครงเหล็กเสริมอย่างดี ชนิดไม่ขึ้นสนิม คิดเป็นน้ำหนัก 730 ตัน มีหน้าต่างทั้งหมด 6,500 บาน จุคนได้ 80,000 กว่าคน รับประกัน 6,000 ปี มีบริษัทใช้เป็น ที่เปิดทำการ 600 กว่าบริษัท ใช้ลิฟท์ขึ้นลง 65 เครื่อง เริ่มสร้างเมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ.1929) สร้างเสร็จเมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937)


7.เขื่อนยักษ์ฮูเวอร์ (Hoover Dam)

สถานที่ตั้ง : ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้




เขื่อนฮูเวอร์ หรือ ทำนบโบลเดอร์ เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำโคโลราโดไว้ตลอดปี เพื่อป้องกันอุทกภัยในฤดูหนาว เพื่อการชลประทานในเขตนั้น สงวนพันธ์ปลา และเพื่อผลิตพลังไฟฟ้าอีกด้วย

ตัวเขื่อนฮูเวอร์ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กยาว ตัวทำนบสูง 218 เมตร ฐานข้างล่างกว้าง 198 เมตร สันทำนบข้างบนกว้าง 13.5 เมตร ยาว 385 เมตร ใช้คอนกรีต เฉพาะสร้างตัวทำนบ 3,250,000 ลูกบาศก์หลา และส่วนอื่น ๆ อีก 4,400,000 ลูกบาศก์หลา มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จากน้ำตก 17 เครื่อง ให้กำลังไฟฟ้า 1,835,000 กิโลวัตต์ เมื่อจะก่อสร้าง ใช้เวลาสำรวจถึง 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2447-2467 (ค.ศ. 1904-1924) เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2472 (ค.ศ.1929) เสร็จเมื่อ 1 มีนาคม พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) เมื่อปิดกั้นเขื่อนเต็มที่แล้ว เหนือเขื่อนขึ้นไปเกิดเป็นทะเลสาบยาวตามตามลำแม่น้ำถึง 115 ไมล์ มีบริเวณทั้งหมด 225 ตารางไมล์ เรียกชื่อทะเลสาบนี้ว่า ทะเลสาบมี๊ด ตามชื่อของมิสเตอร์มี๊ด อธิบดีกรมการฟื้นฟูที่ดินของ สหรัฐอเมริกาสมัยนั้น และเขื่อนฮูเวอร์ ก็ตั้งชื่อตามนามของ ประธานาธิบดีฮูเวอร์ ผู้ลงนามใน พ.ร.บ. โบลเดอร์ แคนยอน ให้สร้างเขื่อนนี้ได้

ความจริงเขื่อนที่มีขนาดใหญ่โตกว่าเขื่อนฮูเวอร์ก็มีอยู่แต่โดยทั่วไปยกย่องให้เขื่อนฮูเวอร์เป็นสิ่งก่อสร้าง อันน่ามหัศจรรย์ชิ้นแรกที่เอาชนะธรรมชาติอันร้ายแรงของน้ำท่วม และการกักเก็บน้ำให้เกิดเป็นทะเลสาบขึ้นมาได้ ซึ่งไม่เคยมีใครสร้างสำเร็จใหญ่โตมหึมาเช่นนี้มาก่อน

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง


1.หอเอนเมืองปิซา(Leaning Tower of Pisa)

สถานที่ตั้ง : เมืองปิซา ประเทศอิตาลี
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้







หอเอนแห่งเมืองปิซา เป็นหอคอยหินอ่อนที่พิศดาร สูง 54 เมตร ( 181 ฟุต) มี 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายวิจิตรรองรับ ได้ลงมือสร้างเมื่อ พ.ศ. 1717 (ค.ศ. 1174) ไปเสร็จในปี พ.ศ. 1893 (ค.ศ. 1350) ใช้เวานานถึง 176 ปี ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก ความน่ามหัศจรรย์อีกอย่าง คือ เมื่อเริ่มสร้างได้ 4-5 ชั้น หอนี้เริ่มเอียง แต่ไม่ถึงกับพังทลายลงมา เพราะแรงที่จุดศูนย์ถ่วง เมื่อลากดิ่งลงมาไม่ออกนอกฐานจึงไม่ล้มยังทรงตัวอยู่ได้ เมื่อสร้างเสร็จ ยอดของหอเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 4 เมตร( 14 ฟุต) และหอเอนนี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองเรื่องอัตราเร็วของเทห์วัตถุที่ตกลงมาจากที่สูง


2.สนามกีฬากรุงโรม (Colosseum of Rome)

สถานที่ตั้ง : กรุงโรม ประเทศอิตาลี
ปัจจุบัน:สามารถเข้าเยี่ยมชมได้







สนามกีฬากลางแจ้งแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของโลกอย่างหนึ่ง เป็นอนุสรณ์ที่ ใหญ่โตของอาณาจักร โรมันสมัยโบราณสร้างขึ้นในระหว่างสิพ.ศ. 615 ถึง 623 (ค.ศ. ที่ 72 ถึง 80)

ตัวสนามสร้างมีรูปเป็นตึกวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น ภายในมีอัฒจรรย์สำหรับคนนั่งดู จุคนดูประมาณ 80,000 คน ใต้อัฒจรรย์ และใต้ดินมีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และสิงโต หลายร้อยห้อง ใช้เป็นสถานที่ให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตที่อดอาหาร หากนักโทษผู้ใดเอาชนะ ฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าได้ก็รอดชีวิตไป หรือ ไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในเชิงฟันดาบของบรรดาเหล่าทาสให้ต่อสู้กันเอง ยิ่งถ้าต่อสู้กัน จนถึงสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ตาย ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมากทปีๆธิหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคน

สนามกีฬาแห่งนี้จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโรมันโบราณ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมลงชัก็ถูกข้าศึกทำลายหลายครั้งหลายหน

ในปัจจุบันยเหลือแต่ซากโครงสร้างอันใหญ่โตมโหฬารไว้ให้ชม


3.สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย ( คาตาโคมป์ ) [Catacombs of Alexandria Egypt]

สถานที่ตั้ง : เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้



สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย เป็นอุโมงค์ที่เก็บศพ และทรัพย์สมบัติของกษัตริย์อียิปต์โบราณ อุโมงค์ฝังศพนี้ มีชื่อเรียกว่า คาตาโคมบ์ (Catacombs) เป็นอุโมงค์ที่สร้างด้วย หินก้อนใหญ่ ๆ และ ขุดลึกลงไปเป็นชั้นๆ บางตอนลึกถึง 21 ถึง 24 เมตร (70-80 ฟุต) มีทางเดินกว้างถึง 1.2 เมตร (3-4 ฟุต) วกไปเวียนมา เป็นระยะทางหลาย ๆ กิโลเมตร ตามริมผนังของอุโมงค์เป็นช่อง ๆ ไว้ สำหรับเป็นที่ บรรจุศพ มีแท่นบูชาอยู่หน้าช่องบรรจุศพเหล่านั้น พร้อมตะเกียงดวงเล็กๆ แขวนไว้ บางส่วนของอุโมงค์ตกแต่งทั่ว ๆ ไปไว้อย่างวิจิตรงดงาม ปัจจุบันยังคงมีสภาพสมบูรณ์


4.สุเหร่าเซนต์โซเฟีย [Mosque of Hagia Sophia (Istanbul)]

สถานที่ตั้ง : เมืองคอนสแตนดิโนเปิล ประเทศตุรกี
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้




สุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia) หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่าง พวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม

จนถึงสมัยพระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกี จึงได้สร้างโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬาร ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิม
เมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัยพระเจ้าโมฮัมเม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนา อิสลามได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าอิสลาม แต่ยังคงความงามไว้เช่นเดิม

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย มีเนื้อที่ 700 ตารางเมตร ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และ ประดับไว้งดงาม 108 ต้น (ชั้นบนขนาดเล็ก 68 ต้น ชั้นล่างขนาดใหญ่ 40 ต้น) มียอดเป็นโดม คล้ายซาลาเปา มีหอมินาเรสท์เป็นยอดแหลม ๆ มากมาย เนื่องจากศิลปะแบบคริสเตียน ผสมกับอิสลามนี้เองทำให้มีความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์


5.กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China)

สถานที่ตั้ง : ประเทศจีน
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้






กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงอิฐยักษ์ เป็นกำแพงกั้นเมือง และกั้นประเทศทั้งประเทศ ตามพรมแดนด้านเหนือของจีน เป็นกำแพงที่ยาวใหญ่มหึมา หาที่ใดในโลกมาเปรียบ ไม่ได้อีกแล้ว มีขนาดกว้างตั้งแต่ 4.5 เมตร ถึง 7.5 เมตร(10 ฟุต) ซึ่งทหารม้าเข้าแถวเรียง 8 ได้อย่างสบาย ๆ มีความสูง จากพื้นด้านล่างตั้งแต่ 8 เมตร ถึง 9 เมตร(20-30 ฟุต หนา15-25 ฟุต) สูงพอที่จะไม่สามารถ ปีนข้ามไปได้ง่าย ๆ เดิมเชื่อว่ามีความยาว 2,550 ไมล์ ( 2,400 กิโลเมตร) บนกำแพงทุก ๆ ระยะ 200 เมตร(300 ฟุต) จะมีหอหรือป้อม สำหรับตรวจเหตุการณ์ มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่ง สร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุ ไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ เริ่มสร้างระหว่างปี พ.ศ. 300-329 (243-252ปีก่อนคริสตกาล) ในสมัยพระเจ้าซี่วังตี่ ใช้เวลาสร้างประมาณ 10 ปี และมีการสร้างต่อเติมอีกหลายกครั้ง ใช้แรงงานเกณฑ์จากราษฎรทั้งประเทศ นับจำนวนล้าน มีผู้เสียชีวิตนับพันนับหมื่น

เป็นสิ่งก่อสร้าง ชนิดเดียวในโลก ที่สามารถมองเห็น เมื่อมองจากดวงจันทร์ ในสมัยนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่ป้องกันข้าศึกได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันไม่มีความหมายในด้านป้องกันประเทศอีกแล้ว คงมีค่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก


6.เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง (Porcelain Tower of Nanking)

สถานที่ตั้ง : เมืองนานกิง ประเทศจีน
ปัจจุบัน -




เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง เป็นสิ่งก่อสร้างเจดีย์รูปแปดเหลี่ยม สูง 9 ชั้น สูง 261 ฟุต หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีกระดิ่งแขวนไว้ 80 ลูก และโคมไฟประดับอีกหลายร้อยผูกแขวนไว้ตามชายคา ยอดเจดีย์เป็นรูปกลมปิดทอง องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหมด เดิมทีพุทธศาสนิกชนชาวจีนเป็นผู้สร้างไว้เพียง 3 ชั้น

ใน ค.ศ. 1430 จักรพรรดิ์ยุ่งโล้ แห่งราชวงศ์เหม็งได้โปรดให้จัดสร้างเสริมขึ้นไปอีกจนสูง 9 ชั้น มีสายโซ่โยงลงมา 8 เส้น มีกระดิ่งแขวนตามสายโซ่ 72 ลูก เวลาลมพัดมีเสียงดังไพเราะมาก เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกคุณบิดา มารดา จักรพรรดิ์ยุ่งโล้ได้บรรจุเครื่องบูชาที่ทำ ด้วยของมีค่า พวกเงิน ทองคำ และอัญมณีอื่นๆ จำนวนมาก กล่าวกันว่า บนยอดเจดีย์มีลูกบอลปิดทอง มีเหล็กวงแหวนล้อมรอบถึง 9 วง มีไข่มุก ขนาดใหญ่ 5 เม็ดอยู่ที่ปลายเป็นเครื่องลางบอกความมีโชคชัย ของกรุงนานกิง

เจดีย์นี้เคยถูกฟ้าผ่า และถูกพวกกบฎไต้เผ็ง ทำลายเมื่อปี พ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853) เสียหายมาก ต้องมีการซ่อมแซมเพื่อ ให้ส่วนที่เหลืออยู่ได้อวดความงามอันน่ามหัศจรรย์ต่อไป ส่วนของมีค่าภายในนั้นถูกปล้นสะดมสูญหายไปหมดแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังได้ชื่อว่า เป็นเจดีย์ที่ทำด้วยกระเบื้องเคลือบ วิจิตรงดงามมีค่าสูงยิ่ง


7.กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

สถานที่ตั้ง : เมืองซัลลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ
ปัจจุบัน : สามารถเข้าเยี่ยมชมได้





กองหินประหลาดนี้อยู่กลางทุ่งนาแห่งเมืองซัลลิสเบอรี ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 10 ไมล์ ประกอบด้วยแนวหินขนาดมหึมาหินเรียงรายราว ๆ 3 กิโลเมตร และ มีกลุ่มหินใหญ่ประมาณ 112 ก้อน ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งนา เป็นรูปวงกลมซ้อนกันอยู่ 3 วง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางซ้อนทับอยู่บนยอดก้อนหินที่ตั้งอยู่สองก้อน

วงกลมรอบนอก มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 100 ฟุต มีหินทั้งหมด 30 ก้อน แต่ละก้อนสูง 13 ฟุต

วงกลมรอบกลาง มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 76 ฟุต มีหินทั้งหมด 40 ก้อน มีสองก้อนตั้งสูงถึง 22 ฟุต

วงในสุด มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 50 ฟุต มีหินทั้งหมด 42 ก้อน ล้มบ้างตั้งสูงบ้าง หินแต่ละก้อนหนักเป็นตันๆ เฉลี่ยแล้วสูง 4 เมตร หนัก 26 ตัน

มีผู้สันนิษฐานว่าตั้งอยู่ในที่นั้นมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาลถึง 1,700 ปี เป็นสิ่งก่อสร้างที่โดยไม่มีร่องรอยของความเป็นมา ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง, สร้างเพื่อวัตถุประสงค์อะไร? ที่น่าแปลกก็คือ ในริเวณนั้นเป็นทุ่งกว้าง ไม่มีภูเขาและสิ่งก่อสร้างด้วยก้อนหินอื่น ๆ อีกเลย จึงทำให้สงสัยว่าผู้ก่อสร้างนำหินเหล่านั้นมาจากไหน และไม่ปรากฏว่ามีการขน หรือสิ่งปรักหักพังในการก่อสร้าง บริเวณที่ดังกล่าว ใช้อะไรยกหินก้อน ที่หนัก ๆ หลาย ๆ ตันขึ้นวางซ้อนกันได้ ซึ่งอยู่สูงถึง 13 ฟุต นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่ท้าทายความอยากรู้ของมนุษย์ยุคปัจจุบันยิ่งนัก